เมื่อเวลา 09.30  น.  วันที่  29   ก.พ. 59   เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองชลบุรี  ได้รับแจ้งเหตุ   จากนางสาววรรณา  แซ่ตั๊น  อายุ 58 ปี  ว่า  ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 82    หมู่ 7  ตำบลหนองรี  อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี  จึงรุดตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว  ตรวจสอบโดยรอบบ้านไม่พบร่องรอยการงัดแงะและไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สิน  แต่ทรัพย์สินที่เจ้าบ้านซุกซ่อนไว้บนฝ้าเพดานบ้าน  ประกอบด้วย  ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณรวม 12.50 บาท  เงินสด 4 แสนบาท  และพระเลี่ยมทอง 5 องค์  สูญหาย  รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท 

                 นางวรรณา  ให้การว่า  ตนเอาทรัพย์สินที่เก็บมาทั้งชีวิตซ่อนไว้ที่ฝ้าเพดานบ้าน  และเปิดดูทุกวันว่าทรัพย์สินยังอยู่ครบหรือไม่  กระทั่งวันนี้จะหยิบทองมาใส่จึงไปเปิดดูพบว่าทรัพย์สินทั้งหมดสูญหายไปแล้ว    โดยขณะนี้ตนสงสัยว่าผู้ที่ก่อเหตุคือคนในบ้านอย่างแน่นอน  เพราะบ้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ และไม่มีใครรู้ว่าตนเก็บทรัพย์สินไว้ที่ใด     มีเพียงลูกเขยเท่านั้นที่วันก่อนมาบอกกับตนว่าจะเปิดฝ้าเพดานเพื่อซ่อมสายไฟ      แต่ตนก็ไม่เอะใจและไม่คิดว่าลูกเขยจะมาซ่อมไฟตรงจุดที่ตนซ่อนทรัพย์สินไว้

                 ด้านนางแสงเดือน  ตั๊นสุน  อายุ 37 ปี  หลานสาวผู้เสียหาย  กล่าวว่า  เงินส่วนดังกล่าวนับเป็นสมบัติก้อนสุดท้ายของผู้เป็นอา  ที่เก็บหอมรอมริบเพื่อจะซื้อรถให้ลูกเขยไว้ขับไปทำงาน  ไม่มีใครคาดคิดว่าคนในบ้านจะมาขโมยของกันเอง  ซึ่งทุกคนต่างสงสัยว่าลูกเขยจะเป็นผู้ก่อเหตุ 

              เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายนราธิป  ต้นเงิน ลูกเขยไปทำการสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี  พร้อมทำการตรวจสอบประวัติพบว่า     เคยต้องโทษจำคุกมาหลายครั้ง ซึ่งหากพบว่าผิดจริงก็จะทำการควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย หากไม่ใช่ก็จะทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุว่าตรงกับบุคคลใด  เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

                                                            
            รุ่งตะวัน   /  อ.เมืองชลบุรี