ที่ ศูนย์เอกซเรย์  สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายชูชัย  อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร พร้อมด้วย นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง  และนายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม  ร่วมแถลงข่าวจับกุมสินค้าไม้หวงห้ามลักลอบส่งออก ประเภท ไม้ประดู่แปรรูป ไม้ประดู่ท่อน ไม้ชิงชันแปรรูป และไม้พะยูงแปรรูป บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 6 ตู้  มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และจับกุมสินค้าผ่านแดนไป สปป.ลาว ที่ตรวจพบเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ วัตถุลามก บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาท

         

ตามที่กรมศุลกากรได้มุ่งเน้นนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปรามสินค้าลักลอบ หลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อกำกัด เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี ปกป้องสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งขจัดอิทธิพลกลุ่มขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนที่อาจมีการลักลอบนำสินค้าภายในประเทศ ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงสินค้าผ่านแดนที่ไม่ปฏิบัติกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงเข้มงวดการตรวจสอบสินค้า ตรวจพบสิ่งผิดปกติ สงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ประสานงานกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อร่วมทำการตรวจสอบรายละเอียด พบไม้หวงห้ามลักลอบส่งออก ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นสินค้าของขบวนการลักลอบส่งออกไม้หวงห้ามประเภท ไม้พะยูง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ จำนวน 6 ใบขนฯ รวม 6 ตู้ฯ  โดยสำแดงชนิดสินค้าเป็นสับปะรดในน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าตู้ฯ สินค้าดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกันกับขบวนการลักลอบส่งออกไม้หวงห้ามที่กรมศุลกากรจับกุมที่ท่าเรือกรุงเทพ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยขบวนการฯ นี้จะมีพฤติการณ์ใช้วิธีการปลอมแปลงเอกสารของผู้ส่งออกรายอื่นๆ ที่เป็นผู้ส่งออกกลุ่มผลไม้กระป๋องหรือสินค้าอื่นๆ   ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรพบว่า ทั้ง 6 ตู้ฯ เป็นไม้แปรรูปและไม้ท่อนบรรจุอยู่ทั้งหมด จึงประสานให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ร่วมตรวจสอบชนิดของไม้ พบเป็น ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน และไม้พะยูง  จำนวนประมาณ 1,884  ท่อน มูลค่าสินค้ารวมประมาณ 19 ล้านบาท และหากส่งถึงปลายทางจะมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านบาท  

 

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศุลกากรยังได้จับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าต้องห้ามผ่านแดน   จำนวน 1 ตู้  เพื่อผ่านแดนไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ สำแดงรายละเอียดสินค้าเป็นของใช้ในครัวเรือนใหม่   สินค้าไม่ตรงสำแดง  ซึ่งจากการตรวจสอบพบ สินค้าประเภท รองเท้า ชุดสตรี นาฬิกาข้อมือ เครื่องสำอาง อะไหล่รถ บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบ และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น   และยังเป็นสินค้าต้องห้ามนำผ่านราชอาณาจักร  จำนวนรวมกว่า 130,000 ชิ้น กรณีนี้มีความผิดฐาน ส่งของผ่านแดน ที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำผ่านราชอาณาจักร  มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาท

          การปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมสินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงตามพระราชบัญญัติศุลกากร มีการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นตามนโยบายของกรมศุลกากร เพื่อเป็นการขจัดอิทธิพลและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของกลุ่มขบวนการค้าของเถื่อน ซึ่งของกลางในครั้งนี้รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 240 ล้านบาท