ที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายปรีชา จรเณร ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแหลมบัง นายพิพัฒน์ พ่วงสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน ) หรือ East water และผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ร่วมประชุมชี้แจงกรณีการเก็บเงินค่าสูบผันน้ำเป็นการชั่วคราว และแผนป้องกันวิกฤตภัยแล้งในจังหวัดชลบุรี และระยอง ในปี 2558  

ซึ่งสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ กรกฎาคม 2558  อ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีทั้ง อ่างคือ อ่างเก็บน้ำบางพระ และอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ปริมาณน้ำทั้ง 2อ่างอยู่ที่   27  ล้านลบ.ม. คิดเป็น 19.5% และอ่างเก็บน้ำในจังหวัดระยองทั้ง อ่าง  อ่างเก็บน้ำดอกกลาย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล  อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำทั้ง อ่างอยู่ที่   109  ล้านลบ.ม. คิดเป็น 40%

สืบเนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง ในปี 2558  กรมชลประทานจึงมีนโยบายให้บริษัทผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มายังอ่างเก็บน้ำหนองใหญ่ เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้น้ำของประชาชนทั้งภาคอุตสาหกรรม อุปโภคบริโภค ให้เพียงพอต่อความต้องการ และลดการส่งน้ำจากระยองไปพื้นที่ชลบุรี โดยให้ใช้น้ำในพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ จากสถานการณ์น้ำในอ่างชลบุรี มีปริมาณเพียง 19.5%  หรือ 27  ล้านลบ.ม.  เท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสำรองน้ำจากแม่น้ำบางปะกงเข้าอ่างเก็บน้ำบางพระให้มากกว่าปกติ ตามโครงการผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก-อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งจะสร้างเสถียรภาพทางด้านการบริหารจัดการน้ำให้แก่พื้นที่เศรษฐกิจในชลบุรี

จากการผันน้ำในปี 2558 นี้ ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงาน (ค่าไฟฟ้า) ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น 164 ล้านบาท อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสำรองการซ่อมแซมระบบส่งท่อน้ำอีกว่า 80 ล้าน  ทาง East water ได้มีประกาศเรื่องการเก็บเงินค่าสูบผันน้ำเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2558  ซึ่งทางการนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง  เห็นว่าผู้ใช้น้ำในนิคมฯ ทุกรายต้องรับทราบถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน และแผนงานเพื่อป้องกันวิกฤตภัยแล้งของ East water ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องชี้แจงให้แก่ผู้ใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังได้ทราบอีกครั้ง ซึ่งหลังจากนี้ จะได้นำเรื่องเสนอให้คณะผู้บริหารของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
       
         จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นทางบริษัทจึงขอจัดเก็บค่าสูบผันน้ำ จากผู้ใช้น้ำในพื้นที่ที่ได้ประโยชน์ในการสำรองน้ำดังกล่าวคือ ผู้ใช้น้ำในพื้นที่ชลบุรี ปลวกแดง บ่อวิน และระยอง โดยที่ผ่านมา ได้ทำการผันน้ำไปสำรองแล้วกว่า ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเป็นไปตามมาตรการที่วางไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ภาคตะวันออก มั่นใจว่าในปีนี้ภาคตะวันออกจะไม่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างแน่นอน


-ขวัญฤทัย พุ่มพันธชาติ-