วันที่ 23 ธันวาคม 2559 เวลา 09.00 น. ณ ห้องชลาลัย โรงแรมชลจันทร์ พัทยา รีสอร์ท จ.ชลบุรี เรือโทภูมิ แสงคำ รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนได้เสีย ในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ   โครงการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม และออกแบบรายละเอียดสำหรับการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 300 คน

ท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการขนส่งทางทะเล และจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งแบบMultimodal Transport (MT) และศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยการสัมมนาครั้งนี้ ได้นำเสนอสาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพในทะเลจากการใช้พื้นที่ในทะเลของท่าเรือแหลมฉบังเพื่อพัฒนาท่าเรือ เฟส 3 เช่น การชดเชยรายได้จากการสูญเสียอาชีพอย่างเป็นธรรมการประสานกับกรมประมงเพื่อกำหนดแผนบริหารพื้นที่ทะเล เพื่อการทำประมงการสนับสนุนให้ชุมชนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและท่าเรือซื้อเพื่อปล่อยลงในอ่าวบางละมุง เป็นต้น 2.กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เช่น สนับสนุนโครงการศูนย์เรียนรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงการประสานภาคธุรกิจเอกชนเพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพเสริมให้แก่สมาชิกชุมชน และการสนับสนุนการพัฒนารายได้อาชีพ   ของสมาชิกชุมชน เป็นต้น   3.กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบด้านสังคม สุขอนามัย คุณภาพชีวิต เช่น กำหนดใช้มาตรการจัดการขยะของเสีย ให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม สาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษ และมีการตรวจสอบร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ การบริหารการเดินรถ การบริหารจัดการเรื่องระยะเวลาขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์      การประสานตำรวจ-กรมขนส่ง ให้เข้มงวดในการใช้ช่องทางจราจรของรถพ่วงและรถบรรทุก เป็นต้น

นอกจากนี้ ได้นำเสนอขอบเขตแนวทางการดำเนินงานโครงการ โดยท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3  มีความยาวท่าเทียบเรือรวมทั้งสิ้น 4,920 เมตร ความลึกแอ่งจอดเรือ 18.5 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง มีท่าเทียบเรือประเภทตู้คอนเทนเนอร์ขนาดความยาวหน้าท่า 750 เมตร จำนวน 2 ท่า และ 1,000 เมตร จำนวน 2 ท่า รองรับสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์ได้รวม 7 ล้านตู้ต่อปี มีท่าเทียบเรือชายฝั่งยาว 500 เมตร สามารถรองรองรับตู้สินค้าได้ 1 ล้านตู้ต่อปี สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้ารวมทั้งสิ้นได้ไม่ต่ำกว่า 18 ล้านทีอียูต่อปี   และมีท่าเทียบเรือขนส่งรถยนต์ยาว 920 เมตร รองรับการขนส่งรถยนต์ได้ 1 ล้านคัน/ปี รวมทั้งสิ้น 6 ท่า และมีสถานีขนถ่ายตู้สินค้าทางรางที่สามารถขนถ่ายตู้สินค้าทางรางได้ 1.4 ล้านตู้ต่อปี