หากเอ่ยถึงชื่อ ตลาดหนองมน เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ตลาดหนองมนเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาชลบุรี มาเล่นทะเลบางแสนต้องแวะจับจ่ายซื้อของ  อยู่คู่จังหวัดชลบุรีมานานเกือบ 100 ปี โดยเป็นแหล่งอาหารทะเลสด และอาหารทะเลแปรรูปแห่งใหญ่   มีร้านค้ามากกว่า500 ร้านค้า  ความอร่อยของข้าวหลาม  และขนมจาก  ยังนิยมเป็นของฝากได้อยู่ตลอดเวลา
              แต่ปัจจุบันการเจริญเติบโตของเมือง การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เเละการคมนาคม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว   ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งแต่ละสถานที่ก็พยายามสร้างจุดขาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และการก่อสร้างถนนสายใหม่ที่หวังลดความแออัดในเขตตัวเมือง เช่น ถนนเลี่ยงเมืองตลาดหนองมน  ถนนมอเตอร์เวย์สาย   ทำให้นักเดินทางบางส่วนไม่ได้ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท และแวะตลาดหนองมนอีกเลย              

              สำหรับตลาดอ่างศิลา ก็เป็นจุดหนึ่งที่ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก  เพราะมีอาหารทะเลสด  อาหารทะเลแปรรูป  และมีของฝากมากมายจากหลายพื้นที่  รวมทั้งสินค้าจากตลาดหนองมน ไปวางจำหน่ายเช่นเดียวกัน  ประกอบกับมีสถานที่จอดรถสามารถจอดได้มากกว่า 200 คัน   เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะไม่ไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดหนองมน  ซึ่งมีปัญหาด้านที่จอดรถ  และก็ไม่ใช่แค่เพียงสาเหตุดังกล่าว   สินค้าของตลาดหนองมนนั้นไม่มีความโดดเด่น   ผู้ประกอบการไม่คิดที่จะผลิตสินค้าเฉพาะตัวขึ้นเอง   ร้านค้าร้านแรกจนถึงร้านสุดท้ายเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน  และยังมีแม่ค้าบางรายนำสินค้าที่ไม่สด ไม่สะอาด มาจำหน่าย ทำให้นักท่องเที่ยวบอกเล่ากันปากต่อปาก  อีกทั้งในยุคโซเซียล ทำให้มีการแชร์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว  เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหนองมน คลายความน่าสนใจลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดหนองมนในปัจจุบันเงียบเหงา แม้กระทั้งวันหยุด ไม่ครึกครื้นดังเช่นอดีต
                นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ยอมรับว่าสถานการณ์ของตลาดหนองมน ณ ตอนนี้ กำลังอยู่ในภาวะถดถอย  แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต    ทั้งที่ยอดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังชายหาดบางแสน หลังมีการจัดระเบียบสภาพภูมิทัศน์ชายหาด และการจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านกีฬาทางน้ำ มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า หมื่นคนต่อวัน และในปี 2558 ชายหาดบางแสน ยังมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 1.7 ล้านคน         
        แม่ค้าบางรายได้กล่าวอ้างว่า สาเหตุที่สินค้าในตลาดหนองมนขายไม่ดี เพราะเทศบาลเมืองแสนสุข  สร้างเกาะกลางถนนทำให้กีดกวางขวางการเดินทาง  ซึ่งในความจริงแล้วเป็นผลกระทบที่น้อยมาก เพราะหากสินค้าเราดีจริงอยู่ที่ไหนนักท่องเที่ยวก็ไปซื้อหาได้    บางครั้งเราถูกร้องเรียนว่าสินค้าไม่มีคุณภาพ เก่า และราคาแพง  อีกทั้งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่มีการบรรจุภัณฑ์เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นเช่นไรวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น  นอกจากนั้นสินค้าที่ขายในตลาดหนองมนเกือบร้อยละ 70 ยังเป็นสินค้าที่มาจากที่อื่น  นายณรงค์ชัย  กล่าว
       
       เทศบาลเมืองแสนสุข จึงต้องหาแนวทางในการหยุดยั้งวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยการจับมือกับ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา  แก้โจทย์ เรื่อง “ทางรอดหนองมน”  ให้เศรษฐกิจของหนองมนดีขึ้นกว่านี้              


       ด้าน ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า  หลังได้รับโจทย์จากเทศบาลฯ ก็ได้แบ่งการทำงานออกเป็น ระยะ คือ ระยะแรก ด่วนที่สุด จัดตั้งทีมเซลแมน ที่มีทั้งนิสิต และคณาจารย์ของวิทยาลัยฯ ออกเป็น 60 ทีมๆ ละ คน ทำหน้าที่ขายสินค้าให้แก่ร้านค้าจำนวน 20 ร้านที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ         
        เบื้องต้นเราได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณฐาปน  สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มอบเงิน จำนวน แสนบาท ให้เป็นกองทุนสำหรับนิสิตได้ใช้เป็นทุนในการเลือกซื้อสินค้าร้านค้า 20 ร้าน นำมาบรรจุหีบห่อใหม่ที่สวยงามสะดุดตา  เพื่อนำไปวางขายให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อรับประทานตามร้านค้า และร้านอาหาร สร้างแรงจูงใจให้คนกลับไปซื้อที่ร้านนั้นๆ  

       ระยะที่ 2 ระยะกลาง คือ การจุดประกายให้แก่ผู้ประกอบการมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้ ด้วยการนำผู้ที่เคยล้มเหลวในการทำธุรกิจ และกลับมาประสบความสำเร็จ มาถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการบอกเล่าในรูปแบบหนังสั้น
        ระยะยาว คือ ดึงคนกลับมาเยือนตลาดหนองมน ด้วยการประสานหน่วยงานท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ ให้บรรจุตลาดหนองมนในโปรแกรมท่องเที่ยว  เพื่อกำหนดจุดแวะพักเหมือนการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ที่ไกด์ทัวร์จะนำนักท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ ที่กำหนดไว้  เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าแนวทางนี้จะทำให้ตลาดหนองมน กลับมาคึกคักอีกครั้ง   ผศ.ดร.บรรพต กล่าว