เรือโทยุทธนา  โมกขาว  รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมคณะกรรมการ เข้าตรวจสอบโครงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรภายในท่าเรือ รวมทั้งยกระดับการให้บริการให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ที่10-11 ล้านทีอียูต่อปี สอดรับต่อแผนการพัฒนาท่าเรือฯ ในระยะยาว ซึ่งจะใช้งบประมาณ จำนวน 1,036 ล้านบาท  ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทั้ง ถนน-สะพานข้ามแยก และด่านเก็บเงิน  โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง  2 ปี    โดยโครงการแบ่งออกเป็น ส่วน คือ  โครงการบริเวณภายในการท่าเรือ เช่น การขยายถนนเดิมจาก ช่อง เป็น ช่อง โดยเพิ่มฝั่งละ ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 4.6 กิโลเมตร งานก่อสร้างสะพานข้ามแยก  และงานก่อสร้างอาคารด่านเก็บเงินประตูตรวจสอบสินค้า เพิ่มเติม จำนวน หลัง (14 ช่อง) การก่อสร้างอาคารด่านเก็บเงินประตูตรวจสอบสินค้า เพิ่มเติม จำนวน หลัง (ช่อง)       
                       สำหรับโครงการภายนอกการท่าเรือแหลมฉบัง ประกอบด้วย การขยายถนนเดิมระยะทางประมาณ กิโลเมตร งานก่อสร้างสะพานกลับรถ งานก่อสร้างสะพานข้ามแยก และงานติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจร โดยทั้งภายในและภายนอกการท่าเรือ จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง  518 วัน ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบโครงการ ก่อนจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้   โดยโครงการต่างๆ แล้วเสร็จสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืนต่อไป
                  เรือโทยุทธนา   กล่าวต่อไปว่า  ขณะนี้โครงการก่อสร้างต่างๆเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบมาตรฐานโครงสร้างว่าเป็นไปตามแบบแปลนที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วเป็นไปตามมาตรฐานที่วางไว้ก็พร้อมเปิดดำเนินการได้ในเร็วๆนี้  แต่ในช่วงนี้ได้เปิดทดลองให้รถวิ่งไปมาบ้างแล้ว
                     นอกจากนั้น ทางการท่าเรือแหลมฉบัง ยังมีโครงการการจองเวลาการส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อการส่งออก โดยจะให้ผู้ประกอบการสามารถระบุระยะเวลาในการส่งตู้ฯสินค้า ซึ่งคนขับรถไม่ต้องมาเสียเวลารอแต่อย่างใด และผู้ประกอบการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทฯ ทำการศึกษาโครงการนี้    ซึ่งโครงการต่างๆ เป็นการแก้ไขปัญหาทางกายภาพ และทางการท่าเรือแหลมฉบัง ก็ต้องปรับปรุงด้านการบริหารจัดการให้ดีขึ้น   หากโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ ปัญหาจราจร ในท่าเรือแหลมฉบังจะต้องขึ้นอย่างแน่นอน