ที่อาคารอเนกประสงค์แหลมแท่น ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพิธีเปิดตลาดประชารัฐต้องชม ถนนคนเดินบางแสน” (Bangsaen Walking Street)   สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรีร่วมกับเทศบาลเมืองแสนสุข  จัดตลาดประชารัฐต้องชม ถนนคนเดินบางแสน” (Bangsaen Walking Street) โดยมีนางสาว เปรมนีย์ ทรัพย์โชคไชย พาณิชย์จังหวัดชลบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์  เพื่อยกระดับให้เป็นตลาดประชารัฐต้องชมตามเป้าหมาย ของกระทรวงพาณิชย์ในปี 2561 นับเป็นตลาดประชารัฐต้องชม แห่งที่ 4 ของ จังหวัดชลบุรี โดยตลาดประชารัฐต้องชมแห่งที่ 1 2 และ 3 ได้แก่ ตลาดชุมชนจีน โบราณชากแง้ว ,ตลาดประมงท่าเรือพลี และตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) ตามลำดับ ซึ่งดำเนินการเปิดไปแล้ว เมื่อปี 2559-2560  สำหรับ ถนนคนเดินบางแสน” (Bangsaen Walking Street) เป็นตลาดถนนคนเดิน ที่นำเอาเอกลักษณ์ของพื้นที่ ชุมชนในบรรยากาศริมทะเล ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมตลาดแห่งนี้ นอกเหนือจากการได้สัมผัสลมทะเลที่เย็นสบาย นักท่องเที่ยวยังได้มีโอกาสลิ้มรส อาหารทะเลคุณภาพ และเลือกซื้อสินค้ามากมาย อาทิ สินค้าชุมชน สินค้าHandmade จากนักเรียน นักศึกษา รวมถึงสินค้าร่วมสมัย และทางตลาดฯ ยังเปิด โอกาสให้เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น  ถือเป็นการสร้างอรรถรส ในการเยี่ยมชม และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนได้เป็นอย่างดี

                 โดยปัจจุบัน ตลาดถนนคนเดินบางแสน มีผู้ประกอบการค้ารวมจำนวน 370 ราย แบ่งเป็นประเภทอาหารปรุงสําเร็จ จำนวน  100 ราย และสินค้าทั่วไป จำนวน 270 ราย เปิดดำเนินการทุกวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. ซึ่งตามที่กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินโครงการตลาด ชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ ตลาดประชารัฐต้องชม เพื่อเป็นกลไกการขยายช่องทางตลาด และได้จัดสรรงบประมาณโครงการส่งเสริมตลาดกลางชุมชนประชารัฐ เพื่อเศรษฐกิจภูมิภาค(Local Economy Market) งบประมาณ ปี 2560 ให้จังหวัดชลบุรีจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและเปิดตลาดประชารัฐต้องชมปี2561ซึ่งจังหวัดชลบุรีได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ "ถนนคนเดินบางแสน"(Bangsaen Walking Street) ว่ามีความพร้อมและเหมาะสมในการที่จะยกระดับให้เป็น ตลาดประชารัฐต้องชม ของจังหวัดชลบุรีปี 2561 อีกทั้งส่งเสริมพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไปเพื่อสร้างเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนตลอดจนส่งเสริมพัฒนาวัฒนธรรมภูมปัญญาท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจ และเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในจังหวัดชลบุรี