ที่  อาคารประชุมสัมมนาอเนกประสงค์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์กองทัพไทย เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา จ.ชลบุรี  พล.ต.ทัศไนย ประทุมทอง ผอ. รมน.จ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน สัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 ซึ่งทางวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์  มหาวิทยาลัยบูรพา ได้จัดให้  ตามโครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางและแผน ปฏิบัติการ เพื่อแก้ไขและควบคุมปัญหาการขนส่งอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนพัฒนาภาคตะวันออกและแนวทางการศึกษา เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง การลงทุนและการเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี    โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ประชาชนในพื้นที่เมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เข้าร่วม

                 ผู้ช่วยศาสตาจารย์ ดร.สุรเมศวร์   พิริยะวัฒน์  อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะผู้จัดการโครงการ เผยว่าโครงการดังกล่าวเป็นผล สืบเนื่องจากการที่ สำนักงานจังหวัดชลบุรี  มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจราจร จึงมอบหมายให้  วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากเห็นความสำคัญของความคิดเห็นในภาคประชาชน และประชาสังคมในการกำหนดแผนปฏิบัติการควบคุมการขนส่งอย่างยั่งยืน  ประกอบกับ จ.ชลบุรี เป็นจังหวัดใหญ่ที่มีการเจริญเติบโต  ทั้งในเรื่องประชาชนที่มาทำงานในภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

                 ขณะเดียวกันยังมีนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของภาครัฐที่มุ่งมายังภาคตะวันออก จ.ชลบุรี มีทั้งโครงการ อีอีซี ,รถไฟความเร็วสูง,การขยายท่าเรือ และการยกระดับสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งการขยายตัวในลักษณะดังกล่าวย่อมส่งผลต่อการพัฒนาระบบเมือง และระบบขนส่งที่จะตามมาในอนาคต  ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องวางแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อน 

 

                 ผู้ช่วยศาสตาจารย์ ดร.สุรเมศวร์  กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้ความสามารถในการเชื่อมโยงระบบการขนส่งที่ลดลง มาจากแผนงานและภาคปฏิบัติ ที่จะต้องสอดรับกัน  แต่ส่วนใหญ่การดำเนินงานนโยบายของรัฐ มักไม่ประสบผลสำเร็จ 100%  เพราะขาดความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนที่จะมาเจอกันตรงกลาง  ซึ่งคณะทำงานจะต้องลงพื้นที่เพื่อศึกษาความต้องการและปัญหาของประชาชนใน  6 เมืองใหญ่ของ จ.ชลบุรี ประกอบด้วย อ.เมืองศรีราชา,พานทอง,พนัสนิคม ,บางละมุง และ อ.สัตหีบ รวมทั้งทำประชาพิจารณ์  2 ครั้ง และปัจฉิมนิเทศโครงการ  อีกครั้ง  เพื่อให้ได้รับทราบปัญหาของประชาชนในชุมชนต่างๆ อย่างแท้จริง โดยจะมีการลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับชาวบ้าน เพราะเราอยากรู้ปัญหาที่แท้จริง เนื่องจากใน  6เมืองหลักที่เลือก ล้วนเป็นเมืองที่เป็นแนวหน้าของ จ.ชลบุรี ที่มีบุคลิกที่แตกต่างกัน  โดยผลรับที่ได้จากโครงการนี้จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในแผนแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น ที่ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้เลยในปีงบประมาณหน้า รวมทั้งแผนในระยะกลาง และระยะยาว  ที่จะต้องสอดรับกับโครงการ อีอีซี และอีกหลายโครงการใหญ่ของรัฐบาล  ภายใต้แผนพัฒนาภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน 

                 ซึ่งหากโครงการศึกษาดังกล่าวแล้วเสร็จ ในเดือน พ.ย. 2561 ก็จะทำให้แต่ละอำเภอ มีแผนงานที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการขนส่งในพื้นที่ได้ในระยะสั้น    ส่วนระยะกลาง และระยะยาว จะต้องเป็นแผนที่สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ  ภายใต้ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง