ที่ศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  เป็นประธานเปิดการดำเนินโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ ท่าเรือแหลมฉบัง   โดยมี ร.ต.ต. มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทนผู้อำนวยการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรือโท ยุทธนา โมกขาว รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมในพิธี

 

                       โครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี ได้ลงมติอนุมัติเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2558 โดยมอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการฯ  ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ในพื้นที่ 600 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างท่าเทียบเรือชุด B และชุดโดยมีพื้นที่กองเก็บตู้สินค้าได้มากถึง 28,000 ทีอียู  มีการติดตั้งรางรถไฟที่มีลักษณะเป็นพวงราง จำนวน 6 ราง  และยังมีการติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง  ที่ทำงานคร่อมรางรถไฟได้ทั้ง 6 รางในเวลาเดียวกันอีกด้วย

 

                        สำหรับโครงการดังกล่าวมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลักพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น รวมทั้งติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าขึ้นลงรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง  รองรับและเชื่อมต่อกับโครงการการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากสถานีรถไฟแหลมฉบังเข้าสู่พื้นที่โครงการ  ระยะทางประมาณ 4.3 กิโลเมตร และมีเป้าหมายแผนการลงทุนในโครงการเป็น 2 ระยะ  คือ ระยะที่ 1 เพื่อรองรับตู้สินค้าได้ถึง 1 ล้าน TEU ต่อปี ส่วนระยะที่ 2 สามารถรองรับตู้สินค้าได้ถึง 2 ล้านทีอียูต่อปี  

 

                        ด้าน ร.ต.ต.มนตรี  ฤกษ์จำเนียร  กล่าวว่าโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ได้รับนโยบายจากรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากถนนเป็นทางราง เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาการจราจรที่แออัด และสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ มีความสะดวกรวดเร็ว

 

                         ด้าน นายไพรินทร์  ชูโชติถาวร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม   กล่าวว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นมติใหม่ในการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยต่อเชื่อมระบบรางเข้ากับระบบเรือ  ซึ่งจะมีขบวนรถไฟที่บรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์จากลาดกระบัง ปีละ 1-2  ล้านตู้  จากนั้นตู้สินค้า จะถูกขนถ่ายลงสู่เรือเดินทะเล ซึ่งการขนส่งสินค้าด้วยวิธีดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาความแออัดบนท้องถนน และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการขนส่งทางรถไฟจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก  ที่สำคัญยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง รองรับการเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกในอนาคต ที่จะมีโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง เฟสที่ 3 เปิดดำเนินการด้วย

 

                            การเปิดโครงการศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟครั้งนี้ จะเป็นการลดการขนส่งสินค้าทางถนนได้มาก  เนื่องจากรถไฟ ขบวนสามารถบรรทุกตู้สินค้าได้  40  ตู้  ดังนั้นจากนี้ไปเราจะสามารถลดจำนวน รถหัวลากบนท้องถนนได้ถึง  40 คันต่อวัน นอกจากนั้นการเดินทางจากไอซีดีลาดกระบังมาท่าเรือแหลมฉบัง จะใช้เวลาเพียง 1ชั่วโมงเศษ  ซึ่งปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบัง มีตู้สินค้าผ่านท่ามากถึง  ล้านตู้ และโครงการดังกล่าวจะแชร์ตู้สินค้ามาขนส่งด้วยระบบรางได้มากถึง 20% ของจำนวนตู้สินค้าทั้งหมดด้วย  นายไพรินทร์  กล่าว