ที่  ห้องประชุมเบงกอล   สวนเสือศรีราชา    อำเภอศรีราชา  จังหวัดชลบุรี       นายวัชระพันธ์    จันทรขจร  เลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายจง อัน เพิง  ประธานบริษัทการลงทุนท่องเที่ยวสวนสนุกจีน – ไทย   และนายศุภดล   โฉมมงคล  กรรมการบริหารบริษัทฯ  ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือนักลงทุนไทย – จีน     ทั้งนี้ในปัจจุบันภาคธุรกิจท่องเที่ยว   กำลังได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายทั้งหน่วยงานของภาครัฐบาลและเอกชนในประเทศ    รวมถึงนักลงทุนต่างประเทศ      เนื่องจากทุกฝ่ายเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่สำคัญแหล่งหนึ่งก็คือประเทศจีน    จึงได้มีแนวคิดที่จะทำโครงการขุนเขาแห่งความสุขจีน-ไทย  หรือ ไทยทาวน์     สรุปมาเป็นรูปแบบของธุรกิจผสมผสานขนาดใหญ่  

 โดยนายศุภดล   โฉมมงคล  กรรมการบริหารบริษัทการลงทุนท่องเที่ยวสวนสนุกจีน – ไทย   กว่างซี กล่าวว่า คนไทยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร มีหน้าที่ผลิตอย่างเดียว ไม่มีโอกาสที่จะจำหน่ายเอง ในเมื่อส่งสินค้าให้พ่อค้าคนกลาง ก็จะมีการกดราคา ทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ โครงการนี้เป็นการนำธุรกิจการท่อเที่ยวมาผสมผสานกับการค้าขายสินค้าไทย    ซึ่งโดยปกติแล้วผลผลิตทางการเกษตรของไทยเกือบทุกตัวเป็นที่ต้องการของชาวจีน  ซึ่งปัจจุบันก็มีการติดต่อค้าขายกันอยู่   โดยภายในโครงการจะประกอบด้วย  การท่องเที่ยว ซึ่งมีส่วนจัดแสดงของสวนสัตว์    ตลาดน้ำ ภาค  ซึ่งเป็นการนำสินค้า ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้ง 4  ภาค  การแสดงโชว์สาวประเภทสอง    การแสดงโชว์มวยไทย  วัดไทยและโรงแรม   นับเป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและจีน  ผสมผสานหลายแนวธุรกิจไว้ด้วยกัน  แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของไทย   และโครงการดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลท้องถิ่น     โดยให้ใช้พื้นที่ตั้งโครงการที่ นครหนานหนิงเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง   ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  บนเนื้อทีกว่า  4,000 ไร่  งบลงทุนกว่า 45,000 ล้านบาท      ซึ่งจะมีคนไทยเดินทางไปทำงานและร่วมธุรกิจจำนวนมากกว่า 2,000 คน     และทางโครงการจะจัดแบ่งพื้นที่สำหรับขายของจำนวน 1,500 บูธ     ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ไทยได้ปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท  ทั้งจากขายปลีกและขายส่งสินค้าไทย     โดยเฉพาะมีการจัดสรรพื้นที่ขายสินค้าให้กับสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ   เพื่อจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว   และใช้หลังร้านทำการขายส่ง ที่พ่อค้าคนกลางชาวจีนสามารถติดต่อซื้อได้โดยไม่ต้องเดินทางมาถึงประเทศไทย      ถือเป็นประตูเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยได้เป็นผู้ค้า   โดยโครงการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จสามารถเปิดบริการได้ภายในปี พ.ศ. 2560 นี้