ที่โรงแรมเคป ราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายธีระพงศ์  ปังศรีวงศ์ นายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ และองค์กรเครือข่ายผู้รักสัตว์ทั่วประเทศ ร่วมประชุมเครือข่ายผู้รักสัตว์ ในหัวข้อ  "ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557"

ทางสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้ดำเนินการเพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ปัญหาการทารุณสัตว์ในรูปแบบต่างๆ มานานกว่า 22 ปี โดยเผยแพร่ข้อมูลความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกให้เกิดความเมตตาต่อสัตว์ เพื่อให้บุคคลและเยาวชนทั่วไป ได้มีบทบาทในการป้องกันการทารุณสัตว์และการละเมิดสิทธิสัตว์

นายธีระพงศ์ เปิดเผยว่า โดยเจตนารมณ์ตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งสมาคมฯ ต้องการให้มีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ขึ้น จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เช่น กรมปศุสัตว์ สภาทนายความฯ เครือข่ายองค์กรภาคเอกชน (NGO) กว่า 90องค์กรและกลุ่มประชาชนผู้รักสัตว์ที่มีการตื่นตัว  ผลักดันร่าง พ.ร.บ. เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ต่อมาร่าง พ.ร.บ.ฯ ผ่านการลงมติเป็นเอกฉันท์รับหลักการโดยรัฐสภา และผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการวิสามัญฯ แล้ว รอเพียงการลงมติในวาระสุดท้ายเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายเท่านั้น แต่เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้ ถูกชะลอการพิจารณา แต่ในที่สุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้หยิบร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้มาพิจารณาอีกครั้ง   จนกฎหมายนี้ผ่านออกมาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา

แม้ในระหว่างการพิจารณากลั่นกรองร่าง พ.ร.บ.ฯ นี้จะมีกลุ่มคัดค้านโดยคนรักสัตว์บางกลุ่มซึ่งมีความเห็นว่าลักษณะของการทารุณกรรมสัตว์กว้างเกินไป ต้องการให้เฉพาะเจาะจงกว่านี้ อีกทั้งบทลงโทษก็ยังไม่แรงพอ ส่วนกลุ่มคัดค้านอีกกลุ่มหนึ่งกลับเห็นว่า กฎหมายมีโทษหนักเกินไป คุ้มครองและให้สิทธิสัตว์มากเกินไป   ซึ่งการเรียกร้องรอคอยมาอย่างยาวนาน ถึงตอนนี้กฎหมายจะผ่านสภาฯ มาแล้วก็ยังมีคนอ้างว่ากฎหมายไม่สมบูรณ์ ไม่อาจหยุดการทารุณสัตว์ได้ ถ้าคิดกันแบบนี้อาจทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจไขว้เขวสับสน ทำให้ไม่ให้ความสำคัญต่อกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นไปได้ ทั้งที่สภาพความเป็นจริงแล้วกฎหมายฉบับนี้ทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนตระหนักถึงสิทธิของสัตว์มากขึ้นและร่วมกันออกมาป้องกันการทารุณกรรมสัตว์กันอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจน