ที่โรงแรมเคป ราชา  อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  นายภัครธรณ์ เทียนไชย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายเซีย กงไฮ่ (Mr. Xia Gonghai)เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ บริษัท เสฉวน  เอเว่อไบร้ท ร่วมเป็นสักขีพยาน การเซ็น MOU  ระหว่างนายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชากับ นายกัว โย่ง (Mr. Guo Yong) ประธานบริษัท เสฉวน เอนเนอจี่  อินดัสเทรียล  กรุ๊ป เพื่อร่วมส่งเสริมสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนพัฒนาในเขตพื้นที่ ECC. โดยมีนายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชาผู้ประกอบการและนักลงทุนในอำเภอศรีราชา ร่วมในพิธีในครั้งนี้

          สำหรับ บริษัท เสฉวน เอนเนอจี่ อินดัสเทรียล กรุ๊ป จำกัด เป็นกลุ่มบริษัทลงทุนของรัฐในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมด้านพลังงาน เคมี และอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใหม่เชิงกลยุทธ์เฉพาะ คือ ไฟฟ้าพลังน้ำ, PV  ชีวมวลก๊าซธรรมชาติ พลังงานก๊าซการทำเหมืองแร่  การเงินการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมการค้าบริการ การป้องกันสิ่งแวดล้อมการประหยัดพลังงาน ฯลฯ

           ด้านนายกัว โย่ง (Mr. Guo Yong) ประธานบริษัท เสฉวน เอนเนอจี่ อินดัสเทรียล กรุ๊ป กล่าวว่า  ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จังหวัดเสฉวน ประเทศจีนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเทศบาลเมืองศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่โครงการ EEC. ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจ ที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ซึ่งเทศบาลเมืองศรีราชา   ตั้งอยู่ใจกลางทางด้านเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ของประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามาพัฒนาและร่วมลงทุน ในครั้งนี้ โดยเน้นการลงทุนในด้านพลังงานสะอาด พลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงสว่าง เพื่อส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นและสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ของมณฑลเสฉวน และจ.ชลบุรี

 

                 นายธานี รัตนานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา  กล่าวว่า สำหรับการเซ็น MOU ในครั้งนี้กับ บริษัทเสฉวนฯ ประเทศจีนนั้น ประชาชนจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง เพื่อสร้างความเจริญให้กับพื้นที่ศรีราชา โดยไม่ต้องรองบประมาณจากส่วนกลาง  ขณะนี้ปัญหาที่จะต้องเร่งดำเนินการโดยเร่งด่วน คือ การกำจัดขยะ โดยจะมีการสร้างเตาเผาขยะ เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยบริษัทดังกล่าว จะเข้ามาสำรวจและลงทุนในเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันเมืองศรีราชาเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้ขยะล้นเมือง จาก 4 ตันต่อวันเป็น10 ตันต่อวัน   ขณะนี้จังหวัดชลบุรี มีนโยบายให้เทศบาลเมืองศรีราชา เป็นศูนย์กลางขยะมูลฝอย (clusters) จังหวัดชลบุรี กลุ่มที่ 1 เพื่อรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่รอบข้าง ประกอบด้วย  เทศบาลตำบลบางพระ  เทศบาลนครแหลมฉบัง  เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวิน องค์การบริหารส่วนตำบลเขาคันทรง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองขาม และเทศบาลเมืองศรีราชา

               โดยเบื้องต้นบริษัทเสฉวนฯ จะเข้ามาสำรวจและจะวางแนวทางในการลงทุนรูปแบบไหนบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชนในพื้นที่ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่จะมีศูนย์กำจัดขยะที่มาตรฐานต่อไป ซึ่งคาดว่าใน 1-2  เดือนคงจะมีรายละเอียด และหากเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมจะต้องมีการพูดคุยถึงรายละเอียดในผลตอบแทนอย่างไรต่อไป