ที่ห้องประชุม 603 ชั้น 6 วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา  บริษัท  อักษร เนกซ์ จำกัด บริษัทในเครือกลุ่ม บมจ.อักษร เอ็ดดูเคชั่น ผู้นำด้านการบูรณาการกระบวนการการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษา “CODING & ROBOTIC” ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยไปสู่การศึกษา 4.0  ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้กับครูผู้สอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษากว่า 200 คน ใน จ.ชลบุรี  ภายใต้หัวข้อ “STEAM EDUCATION นวัตกรรมการบูรณาการการจัดการเรียนการสอนเพื่อทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ เพื่อปูพื้นฐานความคิด ,การพัฒนาทักษะและกระบวนการทางความคิด ให้ครูผู้สอนสามารถนำไปต่อยอดการจัดการเรียนการสอนได้จริง สอดคล้องกับการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2551 (ฉบับแก้ไขครั้งที่ 2 )ปี 2561  และสอดรับกับนโยบายการพัฒนาการศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็น 1ในพันธกิจหลักด้านการส่งเสริมการจัดการศึกษา ,การให้บริการการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง และเป็นกลยุทธในการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ให้ก้าวหน้า ทันสมัย เหมาะกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน  

             นางณัฐสิยา อัศวเหม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อักษร เนกซ์ จำกัด กล่าวว่าการจัดรหัสสมองเด็ก หรือ ( CODE TO LEARN) ก็เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีพื้นฐานที่เหมาะสมทั้งในด้านการอ่านออก เขียนได้ และคิดคำนวณเป็น (Literacy) รวมทั้งมีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ คือสามารถคิดวิเคราะห์  แยกแยะ แก้ปัญหาได้อย่างเป็นตรรกะจนเกิดผลลัพธ์ปลายทางที่เด็กสามารถคิดเองได้ ทำเองเป็นและสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างมีระบบ

 

“ อักษร เนกซ์ เชื่อว่าวิธีการที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าได้ คือการเข้ามาเป็นผู้ช่วยครูและผู้ปกครองให้สามารถพัฒนาทักษะต่างๆซึ่งเป็นที่ต้องการของเด็กไทยในอนาคต  พร้อมเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 ที่สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ โดยการพัฒนาสื่อเพื่อพัฒนาพื้นฐานของเด็กในการเรียนรู้ สร้างเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งด้านทักษะ ,ความรู้เชิงวิชาการ ,การเรียนรู้ในเรื่องของการมีอาชีพ และเรียนรู้ทักษะชีวิต” นางณัฐสิยา กล่าว

นายพาคร  วงศ์อนุตรโรจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายอบรมเทคโนโลยีและสื่อนวัตกรรม บริษัท อักษร เนกซ์ จำกัด กล่าวว่าการสร้างความสนใจให้เด็กได้เปิดทักษะในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะทักษะด้านการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การคิดอย่างเป็นระบบ และการมีวิจารณญาณในการคิด ฯลฯ จำเป็นต้องมีการฝึกฝน และต้องผ่านกระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งสื่อต่างๆ ที่บริษัทฯ จัดทำจะเป็นโอกาสให้เด็กได้ฝึก แต่ก็ขึ้นอยู่กับครูว่าสามารถนำมาใช้ในห้องเรียนได้หรือไม่ ซึ่งจากการได้ลงพื้นที่เปิดบูธแนะนะสื่อการเรียนการสอนในจังหวัดต่างๆ  พบว่าสถาบันการศึกษาต่างๆ มีความสนใจเครื่องมือเหล่านี้มากขึ้น

 

ขณะที่ ดร.ธานีวิทย์  กิตฐิติพงศ์ ครูชำนาญการ โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่ารูปแบบการเรียนการสอนของไทยต้อง เปลี่ยนแปลงหากอยากได้ผลลัพธ์ใหม่ด้านวิธีการคิดมากกว่าคะแนนโอเนต ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างความสนใจในการเรียนรู้ เพื่อสร้างความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง มากกว่าการฟังเพียงครูสอนในห้องเรียน ส่วนหน้าที่ของครูในยุคปัจจุบัน จะต้องเป็นผู้ที่สามารถสร้างโจทย์ที่ท้าทายให้กับเด็กได้ เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาและวิเคราะห์เครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อให้การแข่งขันในแง่ประสิทธิภาพไม่ใช่มุ่งหวังเพียงความสัมฤทธิ์ผล

 

“ เพราะในวันนี้แม้แต่ภาคธุรกิจเอง ก็ยังแข่งขันกันในแง่ของประสิทธิภาพ และหากถามว่าครูยุคใหม่มีความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าครู มีความพร้อมในแง่การเปิดใจมากน้อยเพียงใด เพราะครูบางคนอาจยังกลัวกับเรื่องผลสัมฤทธิ์ของโอเนตและกรอบต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการวัดและบอกคุณภาพของโรงเรียน