ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายแพทย์ภวัต วิทยโผลทัย แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยว่าจะมีขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนคือ ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. และเดือน พ.ค.-มิ.ย. แต่ปัจจุบันโรคดังกล่าวเริ่มมีการแพร่ระบาดตลอดทั้งปีจากการเคลื่อนย้ายของกลุ่มบุคคลที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีทั้งชาวต่างชาติรวมทั้งแรงงานต่างถิ่นและประชาชนในพื้นที่ซึ่งจากประมาณการณ์การเข้ารับการรักษาและนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา พบว่าอัตราผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มีมากถึง 1 ใน 3 ของคนไข้ที่นอนพักรักษาตัวทั้งหมด  ชี้ให้เห็นว่าในชุมชนเริ่มมีผู้ป่วยที่มีเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยไม่รู้ตัวอีกจำนวนมาก

               สำหรับการสังเกตอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ คือเริ่มจากการมีไข้  น้ำมูก ไอ เจ็บคอและอาการของทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งหากป่วยโดยโรคไข้หวัดใหญ่อาการจะรุนแรงกว่าการเป็นไข้หวัดทั่วไปคือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวและผู้ป่วยจะมีความทรมานจากโรคคือ การอ่อนเพลีย  ดังนั้นหากมีอาการตามที่กล่าวในช่วง 1-2 วันควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดในทันที

                       นายแพทย์ภวัต ยังบอกอีกว่าวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การฉีดวัคซีนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนไปของสายพันธุ์เชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดโรคได้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังคือ 1. เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี 2.ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ซึ่งภูมิต้านทานของร่างกายเริ่มลดลง 3.กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป  4.กลุ่มคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป   รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคหอบหืด คนพิกาย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยติดเตียง ฯลฯ

             นับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมาที่มีการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากหมูสู่คน จนทำให้มีอัตราการเสียชีวิตของคนทั่วโลกจำนวนมาก ทำให้วงการแพทย์เกิดการตื่นตัวในการผลิตวัคซีนและยาที่ใช้การรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ จากเดิมที่เป็นการรักษาตามอาการซึ่งคนไข้จะหายได้เองภายใน 7 วัน ที่สำคัญการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันแม้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2009 แต่ก็ถือเป็นโรคประจำถิ่นที่มีการระบาดตลอดทั้งปีไปแล้ว  จึงมีความจำเป็นต้องมีการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน นายแพทย์ภวัต กล่าวทิ้งท้าย